Last updated: 24 ส.ค. 2569 | 3444 จำนวนผู้เข้าชม |
อ.ทพ.ยาวี เมฆขำ ร่วมเป็นอาจารย์ผู้สอนหลักสูตรรากฟันเทียม Thai-German Basic Implantology (TG BIG)
Dental Art Elite ให้ความสำคัญกับการพัฒนาองค์ความรู้และคุณภาพการรักษาด้าน รากฟันเทียม (Dental Implant) อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การตรวจวินิจฉัย การวางแผนตำแหน่งรากฟันเทียม ไปจนถึงการออกแบบฟันที่จะใช้งานร่วมกับรากเทียม โดยคำนึงถึงสภาพช่องปากและความเหมาะสมของผู้ป่วยแต่ละราย
อ.ทพ.ยาวี เมฆขำ (คุณหมอฟาร์) | Dental Art Elite ได้ร่วมเป็นหนึ่งในอาจารย์ผู้สอนหลักสูตร Thai-German Basic Implantology (TG BIG) รุ่นที่ 10 ณ Station จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเป็นหลักสูตรด้าน Implant Dentistry สำหรับทันตแพทย์ ครอบคลุมทั้งภาคทฤษฎี การฝึกปฏิบัติ และการนำองค์ความรู้มาประยุกต์ใช้ในการวางแผนรักษารากฟันเทียม
บทบาทด้านการเรียนการสอนควบคู่กับการดูแลผู้ป่วย เป็นอีกส่วนหนึ่งของการพัฒนาองค์ความรู้ด้าน Dental Implant และ Digital Dentistry อย่างต่อเนื่อง
Thai-German Basic Implantology (TG BIG) คืออะไร?
Thai-German Basic Implantology หรือ TG BIG เป็นหลักสูตรการเรียนรู้ด้าน Implant Dentistry สำหรับทันตแพทย์ โดยครอบคลุมองค์ความรู้ตั้งแต่พื้นฐานด้านรากฟันเทียม การวางแผนรักษา ไปจนถึงการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้กับสถานการณ์ทางคลินิก
หลักสูตรมีรูปแบบการเรียนทั้ง Online, Onsite และ Hands-on พร้อมการเรียนรู้ทั้ง Conventional Workflow และ Digital Workflow เพื่อให้ทันตแพทย์เข้าใจองค์ประกอบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาด้วยรากฟันเทียมอย่างเป็นระบบ
การเรียนรู้ด้าน Implant Dentistry ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงขั้นตอนการฝังรากเทียม แต่ยังรวมถึงการประเมินผู้ป่วย การวางแผนตำแหน่งรากเทียม การพิจารณาสภาพกระดูกและเนื้อเยื่อ ตลอดจนการวางแผนฟันที่จะสร้างขึ้นบนรากเทียมในขั้นตอนสุดท้าย
อ.ทพ.ยาวี เมฆขำ กับบทบาทอาจารย์ผู้สอนด้านรากฟันเทียม
นอกจากการให้การรักษาผู้ป่วยด้านรากฟันเทียมแล้ว อ.ทพ.ยาวี เมฆขำ (คุณหมอฟาร์) ยังมีบทบาทในการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้าน Implant Dentistry ให้แก่ทันตแพทย์ที่เข้าร่วมหลักสูตร TG BIG
การสอนด้านรากฟันเทียมครอบคลุมมากกว่าขั้นตอนการฝังรากเทียม เนื่องจากการรักษาแต่ละเคสจำเป็นต้องอาศัยการวิเคราะห์และวางแผนจากข้อมูลหลายด้านร่วมกัน
ตั้งแต่สภาพช่องปาก ปริมาณและลักษณะของกระดูก ตำแหน่งของฟันที่สูญเสีย สภาพเหงือก การสบฟัน ไปจนถึงรูปแบบของครอบฟันหรือชุดฟันที่จะสร้างขึ้นบนรากเทียม
ผู้ป่วยแต่ละรายมีสภาพทางคลินิกแตกต่างกัน จึงไม่จำเป็นต้องใช้จำนวนรากเทียม ระบบรากเทียม หรือแนวทางการรักษาแบบเดียวกันทั้งหมด
การวางแผนรากฟันเทียม เริ่มต้นก่อนการฝังรากเทียม
การทำ รากฟันเทียม Dental Implant เป็นการรักษาที่ต้องวางแผนหลายองค์ประกอบร่วมกัน ก่อนเริ่มการรักษา ทันตแพทย์อาจต้องพิจารณาปัจจัยสำคัญ เช่น
* จำนวนและตำแหน่งของฟันที่สูญเสีย
* ปริมาณและลักษณะของกระดูกบริเวณที่จะวางรากเทียม
* สภาพเหงือกและเนื้อเยื่อโดยรอบ
* ตำแหน่งของเส้นประสาทและโครงสร้างทางกายวิภาคที่เกี่ยวข้อง
* ตำแหน่งและทิศทางของรากฟันเทียม
* การสบฟันและแรงที่เกิดขึ้นขณะใช้งาน
* รูปแบบของครอบฟันหรือชุดฟันที่จะสร้างขึ้นบนรากเทียม
ดังนั้น การเลือกรากฟันเทียมจึงไม่ควรพิจารณาเฉพาะยี่ห้อหรือราคาเพียงอย่างเดียว แต่ควรพิจารณาร่วมกับแผนการรักษาโดยรวมและสภาพทางคลินิกของผู้ป่วยแต่ละราย
Conventional และ Digital Workflow ในงานรากฟันเทียม
หนึ่งในองค์ประกอบของการเรียนรู้ด้าน Implant Dentistry คือความเข้าใจทั้ง Conventional Workflow และ Digital Workflow
เทคโนโลยีดิจิทัลสามารถเข้ามาสนับสนุนหลายขั้นตอนของการรักษารากฟันเทียม ตั้งแต่การเก็บข้อมูล การตรวจวินิจฉัย การวางแผนตำแหน่งรากเทียม ไปจนถึงการออกแบบฟันที่จะใช้งานร่วมกับรากเทียม
อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือที่ใช้สนับสนุนการวางแผนและการรักษา การเลือกใช้เทคนิคหรือเทคโนโลยีใดจึงยังต้องพิจารณาจากสภาพทางคลินิกและความเหมาะสมของผู้ป่วยแต่ละราย
ทำไมการวางแผนจึงสำคัญกับการทำรากฟันเทียม?
การรักษารากฟันเทียมไม่ได้สิ้นสุดเมื่อฝังรากเทียมลงในกระดูก แต่ต้องคำนึงถึงฟันที่จะสร้างขึ้นบนรากเทียมและการใช้งานในระยะต่อไปด้วย
ตำแหน่งของรากเทียมจึงควรได้รับการวางแผนโดยพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่าง กระดูก เหงือก ฟันข้างเคียง การสบฟัน และตำแหน่งของครอบฟันหรือชุดฟันในขั้นตอนสุดท้าย
ในผู้ป่วยที่มีข้อจำกัดด้านปริมาณกระดูก สูญเสียฟันหลายซี่ หรือมีสภาพช่องปากที่ซับซ้อน อาจจำเป็นต้องมีการประเมินและวางแผนเพิ่มเติมก่อนกำหนดแนวทางการรักษา จาก Basic Implantology สู่การรักษารากฟันเทียมที่มีความซับซ้อน
องค์ความรู้พื้นฐานด้าน Implant Dentistry เป็นรากฐานสำคัญสำหรับการต่อยอดไปสู่การวางแผนรักษาในสถานการณ์ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น
ตัวอย่างเช่น ผู้ป่วยที่มีปริมาณกระดูกจำกัด อาจต้องได้รับการประเมินเรื่อง การปลูกกระดูก (Bone Graft), Bone Regeneration หรือการจัดการ Soft Tissue เพิ่มเติมตามความเหมาะสม
สำหรับผู้ที่สูญเสียฟันหลายซี่หรือสูญเสียฟันทั้งขากรรไกร การวางแผนอาจครอบคลุมไปถึงการรักษาด้วย Full-Arch Dental Implant, All-on-4 หรือ All-on-X โดยต้องพิจารณาจากสภาพช่องปาก กระดูก และแผนการบูรณะฟันของแต่ละราย
การรักษาที่มีความซับซ้อนมากขึ้นจึงยังคงเริ่มต้นจากพื้นฐานสำคัญเดียวกัน คือ การตรวจวินิจฉัยและการวางแผนอย่างเป็นระบบ
รากฟันเทียมที่ Dental Art Elite
Dental Art Elite ให้บริการด้าน รากฟันเทียมและทันตกรรมดิจิทัล (Dental Implant & Digital Dentistry) โดยให้ความสำคัญกับการตรวจและวางแผนก่อนเริ่มการรักษา
ตั้งแต่การประเมินตำแหน่งของฟันที่สูญเสีย สภาพกระดูกและเหงือก ตำแหน่งของรากเทียม การสบฟัน ไปจนถึงการวางแผนฟันที่จะใช้งานร่วมกับรากเทียม
สำหรับผู้ที่มีปัญหา ฟันหาย สูญเสียฟันหนึ่งซี่ หลายซี่ หรือฟันทั้งปาก สามารถเข้ารับการตรวจเพื่อประเมินสภาพช่องปากและพิจารณาแนวทางการรักษารากฟันเทียมที่เหมาะสมกับแต่ละราย